รหัส G 359 พระสมเด็จเบญจสิริ วัดพระแก้ว พิมพ์สมเด็จแจวเรือจ้าง เนื้อจัดแกร่ง สีสวยสดงดงาม พิมพ์นี้มีน้อย หายาก

หน้าแรก » พระเครื่อง » พระสมเด็จ

รหัส G 359 พระสมเด็จเบญจสิริ วัดพระแก้ว พิมพ์สมเด็จแจวเรือจ้าง เนื้อจัดแกร่ง สีสวยสดงดงาม พิมพ์นี้มีน้อย หายาก




ร้านพระเครื่องแก้วมณีนพรัตน์ ยินดีให้เช่าบูชาพระสมเด็จเบญจสิริ หรือพระสมเด็จปัญจสิริ หรือพระสมเด็จเบญจรงค์ จะมีหลายชื่อครับ องค์นี้เป็นพระพิมพ์สมเด็จ กรุวัดพระแก้ว เนื้อผงพุทธคุณผสมปูนและมวลสารสำคัญๆอีกมากมาย สร้างโดยพิธีหลวงในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีสมเด็จโต พรหมรังสี วัดระฆัง ท่านเป็นเจ้าพิธี และมีพระคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงคุณวิเศษเก่งๆ ในสมัยนั้นอีกหลายสิบองค์เป็นผู้ปรกปลุกเสก เพราะเป็นพิธีใหญ่และสำคัญมากๆของทางราชการ มากที่สุดในยุคนั้นครับ จะหาพระที่บรรจุกรุอยู่ในเจดีย์ทองของวัดพระแก้ว ในประเทศไทยก็มีแต่พระเบญจสิรินี้เท่านั้นครับ พระเบญจสิรินี้ชาวบ้านเรียกว่าพระสายรุ้ง พระองค์นี้มีขนาดมาตรฐานของพระสมเด็จ พิมพ์คมชัดสวยงามมาก เนื้อจัด สีสันสวยสดงดงาม เนื้อแข็งแกร่งมาก มีฝ้ากรุสีขาวบางๆทั่วองค์พระแทบจะทุกองค์ มีโรยเศษตะไบในเนื้อพระ ด้านหลังมีตราครุฑสวยงาม เพราะเป็นพระอยู่ในกรุคืออยู่ในเจดีย์ทองของวัดพระแก้ว ด้านหลังเป็นแบบหลังเรียบ สวยงามจริงๆ พระเบญจสิริส่วนใหญ่จะเป็นพิมพ์พระสมเด็จวัดระฆัง พระกรุวัดพระแก้วนี้ทุกๆองค์ ทุกๆพิมพ์น่าบูชามากเป็นที่สุด ใช้บูชาแทนพระสมเด็จวัดระฆังได้เลยครับ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.gejisiam.com/shop/kaewmaneenopparat และที่ http://www.kaewmaneenopparat.comวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๔๑๑ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ฝ่ายบรรพชิต มีกรมหมื่นบวรรังษีสุริยพันธ์ (กรมพระปวเรศน์วริยาลงกรณ์ในกาลต่อมา) ฝ่ายฆราวาสมีกรมพระเทเวศร์วัชรินทร์เป็นประธน และขุนนางระดับสูงมีเจ้าพระยามหาศรีสุริยวงศ์ เป็นประธาน ได้จัดประชุมกันในพระราชวังสวนดุสิต ในพระบรมมหาราชวัง ได้ตกลงยกเจ้าฟ้าจุลาลงกรณ์ กรมขุนพิชิตประชานารถ ซึ่งมีพระชนมายุ ๑๕ พรรษาขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ ถวายพระนามว่า “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว”และจะจัดพิธีบรมราชาภิเษกขึ้นในวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๑๑ โดยยกเจ้าพระยามหาศรีสุริยวงศ์เป็นผู้สำเร็จราชการไปจนกว่าพระมหากษัตริย์จะมีพระชนมายุครบ ๒๐ พรรษา
ขณะเดียวกันก็เลือกผู้ที่จะเป็นเจ้ากรมวังหน้า ที่ประชุมตกลงยกพระองค์เจ้ายอดยิ่งยศ กรมหมื่นบวรวิไชยชาญ (พระโอรสในสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเจ้าแผ่นดินองค์ที่ ๒ ของรัชกาลที่ ๔) ขึ้นเป็นกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญสถานมงคล ตั้งแต่วันนั้น
ในงานนี้ เจ้าพระยาภาณุวงษ์มหาโกษาธิบดี เจ้ากรมท่า ว่าที่การคลังกับการต่างประเทศ ซึ่งเป็นน้องชายของเจ้าพระยามหาศรีสุริยวงศ์ ได้ขอพระบรมราชานุญาติสร้างพระพิมพ์ขึ้นจำนวน ๘๔,๐๐๐ องค์ โดยใช้พิมพ์สมเด็จวัดระฆัง ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) เป็นแม่แบบ เพื่อเป็นศิริมหามงคลเนื่องในการเสด็จเถลิงถวัลย์ครองราชสมบัติ รัชกาลที่ ๕ เพื่อแจกจ่ายแก่เจ้านายและประชาชน ที่เหลือจะได้บรรจุลงกรุในพระเจดีย์วัดพระแก้วมรกต
การสร้างพระพิมพ์ครั้งนี้ ได้นำพิมพ์ของวัดระฆังมาส่วนหนึ่ง และทำเพิ่มขึ้นอีกมากมายเพื่อเร่งให้ได้พระ ๘๔,๐๐๐ องค์ ทันวันงาน พวกช่างวังหน้า วังหลัง วังหลวง อันมีหลวงวิจารณ์เจียรนัย และหลวงนฤมลวิจิตร เป็นหัวหน้า จึงช่วยกันทำแม่พิมพ์พระขึ้นมากมาย ซึ่งผู้เขียนยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่ามีกี่พิมพ์ เพราะหาได้ไม่ครบ พิมพ์พระเหล่านี้ส่วนมากคล้ายพิมพ์ทรงนิยมของวัดระฆัง เช่นพิมพ์พระประธาน พิมพ์เกศบัวตูม พิมพ์เศียรบาตร พิมพ์สังฆาฏิ พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์อกร่องหูยาน พิมพ์โบราณเช่น พระรอดลำพูน พระลีลาเม็ดขนุน พระซุ้มกอ พระนางพญา พระผงสุพรรณ พระปิดตา พระสังกัจจายน์ เป็นต้น
ผงวิเศษนั้นได้จากหลวงปู่โต ปูนนั้นใช้ปูนกังไสจากประเทศจีน ซึ่งเจ้าพระยาภาณุวงศ์มหาโกษาธิบดี และกรมหมื่นวิไชยชาญเคยไปประเทศจีนแล้วนำมาพร้อมกับสีต่าง ๆ เพื่อสร้างเครื่องกังไสลายคราม โดยพระองค์สร้างเตาสังคโลกขึ้นในวังหน้า ดังนั้น การสร้างพระคราวนี้จึงมีการคิดใหม่ทำใหม่ นอกจากมีพิมพ์ใหม่เกิดขึ้นมากมายแล้ว ได้ทำเป็นพระหลากสี ซึ่งเรียกกันเดี๋ยวนี้ว่า”พระเบญจรงค์บ้าง พระปัญจศิริบ้าง พระสายรุ้งบ้าง
ส่วนผสมอื่น ๆ ก็คงใช้แบบที่หลวงปู่โตท่านเคยสร้างพระสมเด็จ แต่มีวิธีทำที่ดีกว่าคือแทนที่จะใส่ครกตำ กลับใช้เครื่องรางบดยาสมุนไพรที่เป็นร่องแล้วใช้ลูกกลิ้งจานเหล็ก โยกกลับไปกลับมา จึงได้ผงที่ละเอียดมาก จากนั้นจึงนำมาผสมน้ำ และผสมสีลงไป ช่างแต่ละคนก็ผสมสีของตนเอง ดังนั้นพระแต่ละองค์จึงมีสีที่แตกต่าง ก่อนจะอัดมวลสารต่าง ๆ ลงไปก็หยิบผงตะไบทองที่เจ้าของร้านทองแถวสำเพ็งนำมาถวาย โปรยลงไปในแม่พิมพ์เล็กน้อย อัดเสร็จก็หยิบผงตะไบทองโรยทับหลังอีกนิดก็อัดอีกที จึงแกะพระจากพิมพ์วางเรียงไว้ เสร็จแล้วก็นำไปตากแดด ถ้าแดดดี พระแห้งเร็ว ก็จะเกิดรอยแตกลายงาขึ้น มากบ้างน้อยบ้าง ถ้าพระผึ่งไว้ในร่มจนแห้ง การแตกลายงาก็ไม่ปรากฏ องค์พระจะดูสวยงาม พระบางองค์ไม่มีผงตะไบทองก็เพราะผงตะไบมีจำนวนจำกัดไม่ครบจำนวนช่าง
พระส่วนมากหลังเรียบ แต่บางองค์ก็มีประทับตราหลังคือตราครุฑบ้าง ธรรมจักรบ้าง ตราธงชาติ ตราเสมา ดอกบัว พระเกี้ยว จปร.เป็นต้น
พระอีกส่วนหนึ่งไม่ได้ผสมหลายสี ทำแบบพระวัดระฆัง แต่มีสีขาว สีเหลือง สีเขียว สีดำ สีแดง สีฟ้าอ่อน เป็นชุด ๆ ไป พระสีเบญจรงค์มีจำนวนมากที่สุด แต่ละองค์ก็มีสีที่แตกต่างกัน ถ้าช่างพิมพ์พระเป็นคนเดียวกัน ก็ได้พระออกมาสีใกล้เคียงกัน แต่ไม่เหมือนกันสักองค์ แต่ละองค์มีความสวยงามที่แตกต่างกัน เมื่อนำมานั่งส่องนั่งดูก็เพลิดเพลินเจริญใจมิใช่น้อย สามารถสร้างจินตนาการได้หลากหลาย คุณตาประถม อาจสาคร ได้บรรยายภาพพระแต่ละองค์ของท่านไว้เข้าที แต่ผมไม่ได้จำ และไม่มีตำราพระสมเด็จปัญจสิริของท่านในมือ
ในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๑๑ นั้น พระคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงได้ถูกนิมนต์มาร่วมพิธีที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ก็ได้มาร่วมในงานครั้งนี้ด้วย
ในพิธีมหาพุทธาภิเษกพระสมเด็จครั้งนั้น กรมพระยาปวเรศย์วริยาลงกรณ์(พระยศสมัยหลัง) ได้เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ สวดชยันโตและเบิกพระเนตร องค์ปลุกเสกมีสมเด็จพระพุฒาจารย์โต หลวงพ่อเงิน บางคลาน หลวงปู่คำ วัดอัมรินทร์ หลวงปู่จาด วัดภาณุรังสี ฯ ลฯ จะมีใครบ้างผู้เขียนไม่ทราบทั้งหมด งานมหาพุทธาภิเษกพระสมเด็จทำที่วัดบวรสถานสุทธาวาส มีกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญเป็นประธาน ทำพิธียิ่งใหญ่เป็นพิธีหลวง ดังนั้นพระชุดนี้จึงเป็นพระหลวง ทำพิธีถูกต้องทุกอย่าง พระคณาจารย์สุดยอดของประเทศในสมัยนั้นมาร่วมปลุกเสก จึงทำให้พระชุดนี้มีพลังอิทธิคุณล้ำเลิศ จะหาพระชุดไหนเสมอมิได้
เมื่อเสร็จแล้วก็แจกจ่ายแก่พระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ ส่วนประชาชนทั่วไปจะได้รับหรือไม่มิปรากฏหลักฐาน เพราะผู้ที่ครอบครองพระชุดนี้ได้ปรากฏในสมัยต่อมามักเป็นเจ้านายระดับสูง ต่อมาทางลูกหลานของท่านก็นำมามอบให้ผู้ที่ตนรู้จักและนับถือ ซึ่งเล็ดลอดออกมาไม่มากนัก จึงหาคนรู้จักพระชุดนี้ได้น้อย เมื่อปรากฏขึ้นก็กลายเป็นพระเหนือตาเซียน คือเซียนไม่เคยพบเห็นมาก่อนจึงปฏิเสธว่าเป็นพระนอกพิมพ์ พระทำขึ้นทีหลัง
พระที่เหลือจากการแจกจ่ายวันนั้นได้นำบรรจุในกรุเจดีย์ทอง ระเบียงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งผู้เขียนสันนิษฐานว่าน่าจะบรรจุช่วงบูรณะวัดพระแก้ว และพระบรมมหาราชวังเมื่อ พ.ศ.๒๔๒๓-๒๔ เพื่อฉลองพระนครครบ ๑๐๐ ปี ใน พ.ศ.๒๔๒๕ การบูรณะคราวนั้นได้มีการชะลอโยกย้ายพระเจดีย์ด้วย จึงน่าจะมีการบรรจุลงกรุคราวนั้น ก่อนหน้านั้นจะเก็บพระไว้ที่ไหนมิได้ระบุไว้ในเกร็ดประวัติศาสตร์ พระอีกส่วนหนึ่งเก็บไว้บนเพดานโบสถ์วัดบวรสุทธาวาส (พิพิธพัณฑสถานปัจจุบัน) และใต้ฐานพระ ซึ่งกรุนี้แตกเมื่อ พ.ศ.๒๕๒๓-๒๕๒๔ เช่นกัน แต่มีพระออกมาไม่มากนัก
พระสมเด็จที่ผมยกย่องที่สุดคือพระสายรุ้ง เพราะมาจากเจดีย์ทองวัดพระแก้ว วัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด มีเทวดาอารักษ์ผู้ยิ่งใหญ่มากมายสถิตอยู่เพื่อช่วยบำรุงรักษาบ้านเมืองให้รอดพ้นภัยอันตราย และเป็นวัดที่ประกอบพิธีพุทธาภิเษกระดับชาติบ่อยที่สุด ดังนั้นพระชุดนี้ต้องเต็มเปี่ยมด้วยพลังมหาศาล ให้คุณวิเศษแก่ผู้ครอบครองอย่างยิ่งยวด แต่ อย่าคิดเอาไปเกร็งกำไรนะครับ เพราะตลาดพระเครื่องเขาไม่นิยมเล่นกัน ถ้าเอาไว้คุ้มครองป้องกันตัวแล้วรีบ ๆ แสวงหากันเถอะ ใครได้ไว้ถือว่าโชคดีที่สุดในชีวิต พอ ๆ กับได้เหล็กไหลไพลดำมาครอบครองเสียอีก


   
   


ราคา: 9,900ต้องการ: ขาย/ให้เช่า/แลก
ติดต่อ: พสุธัณพ์ วงศ์วราฤทธิ์อีเมล์: 
โทรศัพย์: 4/4 หมู่2 ถนนสุขสวัสดิ์ ซอย51 ต.บางจาก อ.พระประแดง สมุทรปรากIP Address: 61.90.72.18

คำค้น:  สมเด็จโตพิมพ์ใหญ่แจวเรือจ้าง | พระสมเด็จสายรุ้งหลังครุฑ | พระสมเด็จพิมพ์ แจวเรือจ้าง2 | พระสมเด็จเรือจ้างหลวงปู่โตด้านหลังครุฑ | สมเด็จเรือจ้างวัดระฆังด้านหลังครุฑ | สมเด็จเรือแจววังหน้าหลังครุฑ | พระสมเดดเรึอจ้างวัด | พระสมเด็จ วัดป๊อกแป๊ก ตราครุฑ | สมเด็จ9ชั้น หลังยันต์เถอะ | พระพิมท์สมเด็จ7ชั้นเนื้อตะกั่วไม่ทราบวัด |



ดูสินค้าอื่นๆ | ลงประกาศ | เลื่อนประกาศขึ้น | ลบประกาศ | แก้ไขประกาศ

[ ขายถูก ทาวน์เฮ้าส์ ห้องริม สิวารัตน์5 พุทธมณฑลสาย4 ติดแบล็คลิสก็ซื้อได้ เหลือเงินแสน ]