ฮุตต้า พลัส คาวตอง ผสมสมุนไพรคุณภาพเข้มข้น มาตรฐานอเมริกา Houtta Plus ฮุตต้าพลัส รับสมัครผุ้บริโภค ได้ราคาทุนและเงินปันผลคืน 087 123 9994

หน้าแรก » อาหาร และ สุขภาพ » บริการด้านสุขภาพ

ฮุตต้า พลัส คาวตอง ผสมสมุนไพรคุณภาพเข้มข้น มาตรฐานอเมริกา Houtta Plus ฮุตต้าพลัส รับสมัครผุ้บริโภค ได้ราคาทุนและเงินปันผลคืน 087 123 9994




Houtta Plus: ฮุตต้าพลัส สนใจสั่งซื้อ ได้ที่ 087 123 9994 081 633 4095 (หรือจะสอบถามธุรกิจ)
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร น้ำสมุนไพร สำหรับผู้ใส่ใจดูแลสุขภาพ
ส่วนประกอบสำคัญ: ผักคาวตอง, ปัญจขันธ์, เห็ดหลินจือ, กระชายดำ, มะรุม และสมุนไพรคุณภาพสูงอื่นๆ
ขนาดบรรจุ: ปริมาตรสุทธิ 500 มล.
วิธีการรับประทาน :รับประทานครั้งละ 15 มล. ก่อนอาหารเช้า - เย็น
คุณภาพมาตรฐาณการผลิต
1.โรงงานได้รับมาตรฐาน GMP,HACCP
2.วัตถุดิบสมุนไพรได้รับมาตรฐาน GAP (Good Agriculture Practice)
3.ควบคุมการผลิตการผลิตโดยนักวิทยาศาสตร์การอาหารระดับปริญญาเอก ภายใต้การแนะนำของแพทย์แผนปัจจุบันระดับศาสตราจารย์ และแพทย์แผนทางเลือก รวมทั้งเภสัชกรแผนโบราณ
4.ได้รับอนุญาตการผลิตจากสานักงานคณะกรรมการอาหารและยาของประเทศไทย (เลขที่ อย. 57-2-02452-1-0009)
5.ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองฮาลาล (กอท.ฮล. B 584/2553)
6.ได้รับการจดทะเบียนเป็นโรงงานผลิตอาหารที่ได้มาตรฐาน จากสานักงานอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา (US FDA 10126321624)
7.ผลิตภัณฑ์ของHIW มีการทำ Finger Print ของผลิตภัณฑ์เพื่อควบคุมคุณภาพ โดยคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


สนใจสั่งซื้อ ได้ที่ 087 123 9994 081 633 4095 (หรือจะสอบถามธุรกิจ)


ข่าวพลูคาว @ไทยรัฐออนไลน์
ไทยใจชื้นหลังสำนักงานนวัตกรรม แห่งชาติพบสมุนไพรพื้นบ้าน "คาวตอง"
มีคุณสมบัติพิเศษในการรักษา การติดเชื้อ ต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้

ข่าวไทยรัฐออนไลน์ : วันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2552

ไทยใจชื้นหลังสำนักงานนวัตกรรม แห่งชาติพบสมุนไพรพื้นบ้าน "คาวตอง"
มีคุณสมบัติพิเศษในการรักษา การติดเชื้อ ต้านเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้

เตรียมศึกษาเชิงลึก เพื่อพัฒนาเป็นยาต้านเชื้อหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ด้านผู้เชี่ยวชาญด้าน สาธารณสุข องค์การ อนามัยโลกยอมรับการแพร่ระบาดของเชื้อหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อยู่เหนือ ความคาดหมาย และพบนัยใหม่ คนวัย 50 อัพ ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อ แต่เด็กคนวัยทำงาน กลับเสี่ยงติดเชื้อ และตายมากกว่า เหตุเพราะขาดภูมิต้านทานเชื่ออนาคต เชื้อหวัดมรณะจะดื้อยาโอเซลทามิเวียร์ ส่วนหมอไทยชี้เส้นทางแพร่ ระบาด ของเชื้อหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ผกผันกับเชื้อหวัดนก คือเริ่มจากเมืองสู่ชนบท เตือนกรุงเทพฯ จะรับมือ การแพร่ระบาดได้ยาก ระบุโรงเรียนเป็นแหล่งที่ต้องดูแลมากเป็นพิเศษ

ในขณะที่ทั่วโลกยังคงผวากับการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่เกิดจากเชื้อเอ/ เอช 1 เอ็น 1 เนื่องจากเชื้อหวัดมรณะนี้ยังคร่าชีวิตพลเมืองของนานาประเทศอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ก็ยังไม่มี วัคซีน หรือยารักษาแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดนั้น


ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 28 พ.ค. ว่า จากการเปิดเผยของนายศุภชัยหล่อโลหการ ผอ.สำนักงานนวัตกรรม แห่งชาติ (สนช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ว่า ขณะนี้ สนช. สนับสนุนงบประมาณการวิจัย พืชสมุนไพรทางการแพทย์ เพื่อรักษาโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดต่างๆ รวมทั้ง เชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 ล่าสุดได้มีการค้นพบสมุนไพรพื้นบ้านที่เรียกว่า "คาวตอง" หรือ "ภูคาว" ซึ่งเป็นพืช สมุนไพร พื้นบ้านของไทยตระกูลเดียวกับพลู พบมากทางภาคเหนือของประเทศ ลักษณะเป็นพืชล้มลุกชนิดเถา มีกลิ่นค่อนข้างคาวเหมือนคาวปลา แต่มีคุณสมบัติพิเศษในการรักษาการติดเชื้อ รักษาแผล รักษามะเร็ง ต้าน เชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้

นายศุภชัยกล่าวอีกว่า สมุนไพรดังกล่าวชาวบ้านทางภาคเหนือนำไปเป็นส่วนผสมของอาหาร แต่ไม่ได้รับ ความนิยมมาก เพราะมีกลิ่นแรง ไม่หอมเหมือนใบโหระพาและกะเพรา อย่างไรก็ตาม สมุนไพรดังกล่าว ได้รับความนิยมมากในประเทศเกาหลี อินเดีย และกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการนำ สมุนไพรดังกล่าวไปรักษาโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคมะเร็ง โรคริดสีดวงทวารโรคติดเชื้อ เป็นต้น ขณะที่ สนช. ได้ร่วมกับ รศ.ดร.นพ. กำพล ศรีวัฒนกุล ประธานบริษัท ไบโอคอนซัลท์ จำกัดดำเนินการวิจัยสมุนไพร คาวตอง โดยจะศึกษาคุณสมบัติเชิงลึกว่าทำงานได้อย่างไร และมีประโยชน์ในการต้านไวรัสชนิดใด ได้บ้าง คาดว่าใช้เวลาการวิจัยและพัฒนา 2 ปี

ด้าน รศ.ดร.นพ.กำพล กล่าวว่า เตรียมหารือกับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อศึกษาคุณสมบัติของคาวตอง ว่าสามารถนำมาพัฒนาเป็นยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ได้หรือไม่ เชื่อว่าจะสามารถ ต้านเชื้อไวรัสชนิดอื่นๆได้เช่นกัน โดยเฉพาะเชื้อเอชไอวี โดยอาจต้องใช้ร่วมกับสมุนไพรชนิดอื่น เช่น ฟ้าทะลายโจร ซึ่งมีคุณสมบัติเสริมสร้าง ภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย และในต้นเดือน มิ.ย.นี้ จะหารือกับกลุ่ม แพทย์จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อที่จะพัฒนาวัคซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009

นอกจากนี้ วันเดียวกัน มูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ ได้เผยแพร่ข้อสรุปจากงานเสวนาโรคไข้หวัด ใหญ่และโรคติดต่ออุบัติใหม่ ที่จัดร่วมกับกรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข ที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 21-22 พ.ค.ที่ผ่านมา โดย นพ.ริชาร์ด บราวน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขจากองค์การอนามัยโลก ยอมรับว่าสถาน การณ์ของ การแพร่ ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อยู่เหนือความคาดหมายขององค์การอนามัย โลก เพราะเป็นการระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ/เอช 1 เอ็น 1 ที่มีรหัสพันธุกรรมมาจากไข้หวัดในหมู คน และนก ซึ่งจากการเฝ้าสังเกตโรคนี้พบว่า กลุ่มผู้ที่มีอายุสูงกว่า 50 ปี ไม่ตกอยู่ในกลุ่มผู้เสี่ยงติดเชื้อ สันนิษฐานว่าเนื่องจากร่างกายมีประสบการณ์ ในการต่อสู้กับเชื้อไวรัสไข้หวัดมาหลายประเภทแล้วจนเกิด ภูมิต้านทานขึ้น แต่กลุ่มวัยรุ่น และคนทำงานกลับเป็นกลุ่มที่เสี่ยงและมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่า ซึ่งตรงข้าม กับกรณีไข้หวัดประจำปีที่กลุ่มเสี่ยงจะเป็นกลุ่มเด็กเล็กและผู้สูงอายุ และหากเทียบกับไข้หวัดนก แล้วยังไม่พบ กลุ่มอายุใดที่มีภูมิต้านทานอยู่เลย ซึ่งนับว่ารุนแรงกว่า ขณะเดียวกันยังพบว่าเชื้อเอช 5 เอ็น 1 ของไข้หวัดนก มีการดื้อยาโอเซลทามิเวียร์ และมีความน่าจะเป็นที่เชื้อไวรัสชนิดเอ 1 เอช 1 เอ็น 1 จะมีการดื้อยาประเภท เดียวกัน

ด้าน นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ประธานคณะยุทธศาสตร์และแผนในการต่อสู้โรคไข้หวัดใหญ่ 2009 กล่าวว่า เมื่อเทียบเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ กับไข้หวัดนกพบว่า มีลักษณะตรงข้ามกัน เพราะไข้หวัดนกเป็นโรค ระบาดจากชนบทเข้ามาสู่เมือง แต่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่ ระบาดจากเมืองสู่ชนบท กรุงเทพฯ ที่เป็นเมืองท่า สำคัญ มีคนเดินทางเข้าออกตลอดเวลา จึงน่าจับตามองที่สุด โดยเฉพาะในด้านการเตรียมความพร้อมรับมือ การระบาด สำหรับคนในกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย และที่สำคัญโรงเรียนเป็นแหล่งที่ต้องดูแลมากเป็นพิเศษ

นพ.ทวีระบุด้วยว่า จากการเฝ้าติดตามในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่าโรคนี้สามารถแพร่กระจายไปสู่คนใกล้ตัว ผู้ป่วยได้มากเป็นเท่าตัวของไข้หวัดใหญ่ประจำปี ทุกคนมีสิทธิ์จะติดเชื้อนี้ได้ เพราะยังไม่มีใครมีภูมิคุ้มกัน และ โรคนี้จะโจมตีคนที่อายุน้อยในช่วงอายุ 5-15 ปีถึงร้อยละ 61 และอายุมากกว่า 15 ปี ร้อยละ 29 และอาจจะมี การตาย สูงกว่า ไข้หวัดใหญ่ ประจำปีเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการ แพร่ระบาด และเชื่อว่าโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่จะเกิดระลอก 2 และ 3 ตามมาอีก จึงจำเป็นต้องเตรียม ความพร้อมรับมือให้ดี

ส่วนความตื่นตัวในการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในจังหวัดต่างๆนั้น ที่ จ.เชียงราย นายปรีชา พัวนุกุลนนท์ รองนายกเทศมนตรี รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีนครเชียงราย เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือสั่งการแจ้งถึงผู้ว่าราชการ จังหวัดทุกจังหวัด จัดตั้งศูนย์อำนวยการ เตรียมความพร้อมป้องกันและควบคุมแก้ไขสถานการณ์การระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่

จึงขอแจ้ง ประชาสัมพันธ์ข้อแนะนำแก่ประชาชน ทั่วไปในการปฏิบัติตนดังนี้คือหากไม่จำเป็นควร เลื่อนหรือชะลอการเดินทางไปยังประเทศที่เป็นพื้นที่เกิดการระบาด จนกว่าสถานการณ์จะยุติลง และหากจำเป็นต้องเดินทางไปพื้นที่เกิดการระบาด ให้หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการไอ

หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ หรือเช็ดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ พร้อมทั้งปฏิบัติตามข้อแนะนำของทางการในพื้นที่นั้นๆ อย่างเคร่งครัด และผู้ที่เดินทางกลับมาจากพื้นที่เกิดการระบาด ถ้ามีอาการของไข้หวัดใหญ่ เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยเนื้อตัวมาก ภายใน 7 วันหลังจากเดินทางกลับ ควรสวมหน้ากากอนามัย หรือใช้กระดาษทิชชู หรือผ้าเช็ดหน้าปิดปากจมูกทุกครั้งที่ไอจาม และรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาและคำแนะนำในการปฏิบัติอย่างเข้มงวด
เช่นเดียวกับที่ จ.อุตรดิตถ์ และ จ.สงขลา ก็มีการซักซ้อมแนวทางปฏิบัติในการควบคุมป้องกันไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009 แบบเสมือนจริง เพื่อเฝ้าระวังและรับมือหากพบผู้ติดเชื้อหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ด้วย สำหรับความคืบหน้าสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในประเทศต่างๆทั่วโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเชื้อหวัดเอ/เอช 1 เอ็น 1
ทั่วโลกพุ่งแล้วถึง 100 ราย โดยเป็นผู้เสียชีวิตรายใหม่ ในสหรัฐอเมริกา 1 ราย เม็กซิโก 4 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อตามรายงานขององค์การอนามัยโลก มีจำนวน 13,398 ราย ใน 48 ประเทศ เฉพาะที่เม็กซิโก ผู้ติดเชื้อรวมทั้งหมด 4,821 ราย ผู้เสียชีวิต 89 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตในสหรัฐฯ 15 ราย และพบผู้เสียชีวิตในรัฐอิลลินอยส์รายแรก นอกเหนือจากที่ก่อนหน้านี้มีผู้เสียชีวิตแล้วในรัฐเท็กซัส อริโซนา ยูทาห์ มิสซูรีและรัฐวอชิงตัน ขณะที่ผู้ป่วยติดเชื้อในสหรัฐฯ ยังมากที่สุดอยู่ที่ 7,900 ราย

ที่แคนาดา ทางการแถลงระบุตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่อยู่ที่ 1,118 ราย เพิ่มขึ้น 197 ราย ยอดผู้เสียชีวิตในแคนาดาอยู่ที่ 2 ราย
ผู้ป่วยอยู่ในเขตเมืองออนตาริโอ มณฑลควิเบค 207 ราย บริติชโคลัมเบีย 120 ราย อัลแบร์ตา 109 ราย

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์ของรัสเซียรายงานยืนยัน พบผู้ติดเชื้อไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2 ราย โดยผู้ติดเชื้อรายหนึ่งเพิ่งเดินทางกลับมาจากสาธารณรัฐโดมินิกัน ส่วนอีกรายเพิ่งเดินทางกลับมาจากสหรัฐฯ อาการป่วยของทั้งคู่ยังไม่น่าวิตก ส่วนที่สโลวะเกีย กระทรวงสาธารณสุขแถลงพบผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ รายแรกของประเทศ แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียดของผู้ป่วย

ส่วนที่ออสเตรเลีย ทางการสั่งกักบริเวณเรือสำราญลำหนึ่ง ซึ่งมีผู้โดยสารและลูกเรือราว 2,000 คน ขณะแวะจอดเทียบท่าในรัฐควีนแลนด์ ทางภาคเหนือ หลังพบลูกเรือ 3 คนกับผู้โดยสารอีก 1 คน มีอาการป่วยต้องสงสัยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในออสเตรเลีย อยู่ที่ 103 ราย เพิ่มจากเดิมร่วม 40 ราย

ที่มา : นสพ.ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์
29 พฤษภาคม 2552, 03:51 น.


สนใจสั่งซื้อ ได้ที่ 087 123 9994 081 633 4095 (หรือจะสอบถามธุรกิจ)

ORIGINALPHLU KAO

ปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่หันมาสนใจดูแลรักษาสุขภาพของตนเองโดยอาศัยวิธีการธรรมชาติ มากขึ้นสมุนไพรเป็นทางเลือก หนึ่งที่มีการนำมาใช้อย่างแพร่หลายทั้งเพื่อเป็นยา เครื่องดื่ม อาหารเสริมสุขภาพ และหนึ่งในสมุนไพรที่นำมาเป็นยาและผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารนั้นก็ คือสมุนไพรพื้นบ้านของไทยที่มีชื่อว่า ผักคาวตอง หรือ พลูคาว งานวิจัย สถาบันวิจัยสมุนไพรกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุข ได้พูดถึงผักพลูคาวไว้ว่า ผักพลูคาวที่ใต้ใบจะมีสีแดง อ่อนจนถึงสีแดงเข้มมีการศึกษาทางด้านเภสัชวิทยา ที่เกี่ยวกับผักพลูคาวและมีการรายงานการวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ของผักพลูคาวว่า

1.มีฤทธิ์ในการทำลายเซลล์มะเร็ง

2.มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาวรักษามะเร็ง มีฤทธิ์ในการต้านเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย และป้องกันรักษาอาการของโรค ที่เกิดจากไวรัสในไก่ ลดไข้ และไข้หวัดใหญ่ 3. กระตุ้นการแบ่งตัวของ เซลล์เม็ดเลือดขาวรักษาภาวะภูมิแพ้ ภูมิไวเกิน หอบหืด ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยเอดส์ ผู้ป่วยมะเร็ง หรือผู้ได้รับสารกดภูมิคุ้มกัน และมีสรรพคุณเสริม ภูมิคุ้มกัน


ประวัติความเป็นมาพลูคาว

“คาวตอง”คือชื่อสมุนไพรพื้นบ้านที่พี่น้องชาวเหนือนิยมบริโภคเป็นเครื่องเคียงขึ้นโต๊ะอาหาร รับประทานกับลาบอยู่ในชีวิตประจำวัน ตามปกติ (เพราะกลิ่นคาวของผักจึงทำให้มีชื่อเรียกทาง ภาคเหนือว่าผักคาวตอง หรือทางภาคกลางเรียกว่าใบพลูคาว) และด้วยกลิ่นคาวของใบพลูคาวนี่เอง จึงไม่เคยมีผู้ใดคาดคิดมาก่อนเลยว่าผักคาวตอง หรือใบพลูคาวจะสามารถ นำมาหมักน้ำชีวภาพ แล้วไม่ส่งกลิ่นคาว แต่ในทางตรงกันข้ามเมื่อผ่านกรรมวิธีหมักน้ำชีวภาพแล้ว กลิ่นคาวของใบพลูคาว กลับหายไปและก่อเกิดสิ่งมีชีวิตเล็กๆขึ้นซึ่งภายหลัง

สิ่งมีชีวิตเล็กๆเหล่านี้ได้สร้างความมหัศจรรย์และให้ประโยชน์อย่างอเนกอนันต์ ต่อชีวิตของมนุษย์ใน เวลาต่อมา สิ่งมีชีวิตน้อยๆเหล่านี้มีชื่อ เรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า “จุลินทรีย์”

เมื่อปี พ.ศ. 2540 อดีตพระสงฆ์ ( อาจารย์ยอด ) แห่งสำนักสงฆ์วัดถ้ำผาปล่อง จ.เชียงใหม่ได้ริเริ่มทำ น้ำหมักพลูคาวเป็นคนแรก โดยได้ทดลองดื่มเอง และแจกให้แก่ผู้ป่วยที่มาหาที่สำนักสงฆ์ในขณะนั้น ดื่มโดยผู้ป่วยมีหลากหลาย โรครวมไปถึงผู้ป่วยที่มีโรคร้ายและโรคสิ้นหวัง อีกทั้งสัตว์เลี้ยงต่างๆที่ป่วย ปรากฎว่าผู้ป่วยที่ดื่มน้ำพลูคาวมีอาการดีขึ้นตามลำดับจากโรคนานาชนิดที่เป็นอยู่และมีสุขภาพแข็งแรง สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติเหมือนผู้คนทั่วไป จึงเริ่มเป็นที่สนใจของนักวิชาการและบุคคลทั่วไป ถึงความมหัศจรรย์ของน้ำพลูคาวในขณะนั้น และเริ่มมีการกล่าวขานถึงสรรพคุณ ของน้ำพลูคาวกัน อย่าง แพร่หลายนับจากนั้นเป็นต้นมา

ในเวลาต่อมาได้มีนักวิชาการ ได้นำน้ำพลูคาวไปวิจัย และค้นพบว่าจุลินทรีย์ในน้ำพลูคาวมี ประสิทธิภาพ ในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน (หรือระบบภูมิต้านทาน) ให้แก่ร่างกาย พลูคาวคือพืชสมุนไพร ธรรมชาติพื้นบ้านที่ค้นพบมากทางภาคเหนือของประเทศไทยน้ำพลูคาวทำหน้าที่เสริมสร้างระบบภูมิ คุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น และไม่มีสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

หน้าที่หลักของจุลินทรีย์ในน้ำพลูคาวคือช่วยกระตุ้นให้การทำงานของระบบภูมิต้านทานของร่างกาย
แข็งแรงสมบูรณ์มากขึ้น และเมื่อร่างกายมีระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้น ระบบการทำงานของร่างกาย ก็จะสามารถต่อสู้กับโรคร้าย ต่างๆที่เข้ามาสู่ภายในได้ด้วย กลไกธรรมชาติของร่างกายมนุษย์นั่นเอง

เมื่อ วันที่ 10 พฤศจิกายน 2548 ผู้บริหาร บริษัท เคลวิลี่ พลูคาว จำกัดได้นำผลิตภัณฑ์ น้ำพลูคาวสูตรต้นตำรับ ที่ผลิตและควบคุมคุณภาพโดยอาจารย์ยอดออกมาจำหน่าย โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำผลิตภัณฑ์สูตรดั้งเดิมและมีคุณภาพดีที่สุดมาสู่มือผู้บริโภค

ด้วยความหวังว่าจะได้เห็นผู้บริโภคน้ำพลูคาวสูตรต้นตำรับมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ และมีร่างกายที่พร้อมจะต่อสู้กับโรคภัยไข้เจ็บต่างๆอีกทั้งโรคร้ายอื่นๆที่จะอุบัติขึ้นใหม่ในอนาคต หรือแม้แต่โรคต่างๆที่ได้เกิดขึ้นแล้วในปัจจุบันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและนั่นคือที่มา

ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพลูคาวสูตรต้นตำรับที่ผ่านกระบวนการผลิตอย่างถูกสุขลักษณะอนามัย โดยได้รับมาตรฐาน อย. GMP จากกระทรวงสาธารณสุข และ มาตรฐาน ฮาลาล จากสำนักงาน คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพลูคาวของบริษัท เคลวิลี่พลูคาว จึงเป็นต้นตำรับน้ำพลูคาวอย่างแท้จริง และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ ผู้บริหารมีปณิธาณที่แน่วแน่ที่จะผลิตน้ำพลูคาวสูตรเข้มข้น และดั้งเดิมให้ถึงมือ ผู้บริโภค ในราคาที่ไม่สูง และด้วยเหตุนี้เองผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพลูคาวสูตรต้นตำรับ จึงครองการเป็น จ้าวแห่งน้ำพลูคาวของประเทศไทยตลอดมา

สนใจสั่งซื้อ ได้ที่ 087 123 9994 081 633 4095 (หรือจะสอบถามธุรกิจ)


   
   


ราคา: 1,600ต้องการ: ขาย/ให้เช่า/แลก
ติดต่อ: ปันอีเมล์: 
โทรศัพย์: 081 633 4095 087 123 9994IP Address: 27.55.11.104

คำค้น:  สมุนไพร สูตรผสม ฮุตต้า | สูตรผสมฮุตต้า | ฮุตต้า พลัส | โรงผลิตน้ำคาวตองพันธ์ใต้ใบสีแดง | ฮุตต้าพลัส | สั่งซื้อ ฮุตต้าพลัส | ฮุตต้าพลัส ราคา |



ดูสินค้าอื่นๆ | ลงประกาศ | เลื่อนประกาศขึ้น | ลบประกาศ | แก้ไขประกาศ

[ 1.5ล้าน ขายถูก ทาวน์เฮ้าส์ 3ชั้น หมู่บ้านทวีทอง3 บางพลี ไม่ต้องดาวน์ ติดแบล็คลิสก็ซื้อได้ ]